หนังตาตก เกิดจากอะไร
หนังตาตกเป็นปัญหาที่พบได้ทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย โดยอาจเกิดจากกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาทำงานผิดปกติ หรือมีผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนคล้อยลงมามากกว่าปกติ ส่งผลให้ดวงตาดูปรือ ลืมตาได้ไม่เต็มที่ และในบางรายอาจบดบังลานสายตาได้
ปัญหาหนังตาตกสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่กำเนิดหรือเกิดขึ้นภายหลังจากอายุที่เพิ่มขึ้น อุบัติเหตุ และความผิดปกติของระบบประสาท การแก้ไขจึงจำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุและลักษณะของเปลือกตาแต่ละบุคคล เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม
หนังตาตกเกิดจากอะไร?
หนังตาตก (Ptosis) คือภาวะที่เปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าตำแหน่งปกติ โดยอาจเกิดขึ้นกับดวงตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง สาเหตุหลักมักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เส้นประสาท หรือโครงสร้างบริเวณเปลือกตา สามารถแบ่งสาเหตุออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่
1. หนังตาตกตั้งแต่กำเนิด (Congenital Ptosis)
เป็นภาวะที่พบตั้งแต่วัยเด็ก โดยมักเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของกล้ามเนื้อยกเปลือกตาที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้เปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าปกติ บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่บางรายอาจมีเปลือกตาตกลงมาบดบังรูม่านตา หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการประเมิน โดยเฉพาะในเด็กที่มีเปลือกตาตกบดบังการมองเห็น อาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) ได้
2. หนังตาตกที่เกิดขึ้นภายหลัง (Acquired Ptosis)
เป็นภาวะที่เกิดขึ้นในภายหลัง โดยอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น
- อายุที่เพิ่มขึ้น: กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ช่วยยกเปลือกตาอาจยืดหรือหย่อนตัวลง ทำให้เปลือกตาตกต่ำกว่าตำแหน่งเดิม
- กล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานผิดปกติ: ส่งผลให้การเปิดเปลือกตาทำได้ไม่เต็มที่
- ความผิดปกติของระบบประสาท: เช่น ความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 หรือโรค Myasthenia Gravis
- อุบัติเหตุบริเวณดวงตา: อาจทำให้กล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่เกี่ยวข้องกับการยกเปลือกตาได้รับความเสียหาย
- การผ่าตัดบริเวณดวงตา: บางรายอาจเกิดภาวะหนังตาตกภายหลังการผ่าตัดตา
- การใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน: โดยเฉพาะการใส่และถอดที่ทำให้เกิดแรงดึงบริเวณเปลือกตาซ้ำ ๆ อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างที่ช่วยยกเปลือกตา

อาการที่บ่งบอกว่ากำลังมีปัญหาหนังตาตก
หนังตาตกอาจมีลักษณะแตกต่างกันตามระดับความรุนแรงและสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยอาการที่สามารถสังเกตได้ ได้แก่
- เปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าปกติ ทำให้ดวงตาดูปรือ
- ลืมตาได้ไม่เต็มที่หรือรู้สึกว่าต้องออกแรงลืมตามากขึ้น
- ดวงตาทั้งสองข้างดูไม่เท่ากัน
- มีความรู้สึกหนักบริเวณเปลือกตาบน
- ต้องเลิกคิ้วหรือย่นหน้าผากเพื่อช่วยในการเปิดตา
- เปลือกตาตกลงมาบดบังลานสายตา
- มีลักษณะดวงตาดูง่วงนอนหรือไม่สดใส
หากมีอาการหนังตาตกเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน โดยเฉพาะเมื่อมีอาการเห็นภาพซ้อน ปวดศีรษะ รูม่านตาไม่เท่ากัน หรือกลอกตาผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบประสาท

หนังตาตกส่งผลเสียอย่างไรบ้าง?
นอกจากส่งผลต่อลักษณะของดวงตาแล้ว หนังตาตกยังอาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในกรณีที่เปลือกตาตกลงมาบดบังการมองเห็น
- การมองเห็นลดลง: เปลือกตาที่ตกลงมาอาจบดบังรูม่านตาหรือลานสายตาส่วนบน ทำให้มองเห็นได้ไม่เต็มที่
- ต้องเลิกคิ้วเพื่อช่วยลืมตา: การใช้กล้ามเนื้อหน้าผากช่วยยกคิ้วอยู่บ่อยครั้งอาจทำให้เกิดริ้วรอยบริเวณหน้าผาก
- ดวงตาดูไม่สมดุล: หากเกิดขึ้นเพียงข้างเดียว อาจทำให้ระดับของดวงตาทั้งสองข้างแตกต่างกัน
- ดวงตาดูเหนื่อยล้า: เปลือกตาที่ตกต่ำอาจทำให้ใบหน้าดูอ่อนล้าหรือเหมือนพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นในเด็ก: หนังตาตกที่บดบังการมองเห็นอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ
หนังตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และหนังตาหย่อนคล้อย ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสามภาวะอาจมีลักษณะภายนอกคล้ายกัน แต่มีสาเหตุและแนวทางการแก้ไขแตกต่างกัน การแยกประเภทให้ถูกต้องจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนพิจารณาการรักษา
1. หนังตาตก (Ptosis)
เกิดจากตำแหน่งของเปลือกตาบนอยู่ต่ำกว่าปกติ โดยมักเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้อยกเปลือกตาหรือเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตา
2. กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง (Levator Muscle Dysfunction)
เป็นความผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาบน ส่งผลให้ลืมตาได้ไม่เต็มที่ และอาจทำให้เกิดภาวะหนังตาตกตามมา
3. หนังตาหย่อนคล้อย (Dermatochalasis)
เกิดจากผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนมีความหย่อนคล้อยหรือมีเนื้อเยื่อส่วนเกิน ทำให้ผิวหนังพับลงมาบริเวณชั้นตา บางรายอาจมีไขมันบริเวณเปลือกตาร่วมด้วย ทั้งนี้ ผู้ที่มีหนังตาหย่อนคล้อยอาจมีภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงร่วมด้วยได้ การตรวจประเมินจึงช่วยให้สามารถแยกสาเหตุและวางแผนแก้ไขได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อันตรายจากหนังตาตก มีอะไรบ้าง?
หนังตาตกไม่ได้ส่งผลเฉพาะด้านความสวยงามเท่านั้น แต่ในบางกรณีอาจกระทบต่อการมองเห็นและสุขภาพดวงตา โดยเฉพาะเมื่อเปลือกตาตกลงมาบดบังรูม่านตาหรือลานสายตาเป็นเวลานาน ความเสี่ยงที่อาจพบได้ ได้แก่
1. ลานสายตาถูกบดบัง
เมื่อเปลือกตาบนตกลงมามาก อาจบดบังการมองเห็นบริเวณด้านบน ทำให้การมองเห็นไม่เต็มที่ และอาจส่งผลต่อการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การเดิน การอ่านหนังสือ หรือการขับรถ
2. เสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจในเด็ก
เด็กที่มีหนังตาตกตั้งแต่กำเนิด หากเปลือกตาตกลงมาบดบังการมองเห็นหรือทำให้เกิดความผิดปกติในการรับภาพ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ (Amblyopia) ซึ่งส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็น หากไม่ได้รับการประเมินและรักษาอย่างเหมาะสม
3. เกิดอาการปวดบริเวณหน้าผากและคิ้ว
ผู้ที่มีหนังตาตกบางรายอาจพยายามเลิกคิ้วหรือเกร็งกล้ามเนื้อหน้าผากเพื่อช่วยเปิดเปลือกตา การใช้กล้ามเนื้อดังกล่าวซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิดความเมื่อยล้าหรือรู้สึกปวดบริเวณหน้าผากและคิ้วได้
4. เสี่ยงต่ออุบัติเหตุจากการมองเห็นที่ลดลง
หากหนังตาตกบดบังลานสายตา อาจทำให้สังเกตสิ่งกีดขวางหรือสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ไม่ชัดเจน โดยเฉพาะขณะเดินขึ้นลงบันไดหรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้การมองเห็นอย่างละเอียด
5. อาจเป็นสัญญาณของความผิดปกติทางระบบประสาท
หนังตาตกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเส้นประสาทหรือกล้ามเนื้อ เช่น เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3 ทำงานผิดปกติ หรือโรค Myasthenia Gravis โดยเฉพาะหากมีอาการเห็นภาพซ้อน รูม่านตาไม่เท่ากัน หรือกลอกตาผิดปกติร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว
ข้อควรระวัง: หากมีอาการหนังตาตกเกิดขึ้นอย่างฉับพลันร่วมกับอาการทางระบบประสาท เช่น ปวดศีรษะรุนแรง แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน ควรไปโรงพยาบาลทันที ไม่ควรรอเพื่อประเมินด้านความสวยงามเพียงอย่างเดียว

วิธีแก้ไขหนังตาตกมีอะไรบ้าง?
การแก้ไขหนังตาตกขึ้นอยู่กับสาเหตุ ระดับความรุนแรง และการทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
1. การผ่าตัดแก้ไขกล้ามเนื้อยกเปลือกตา (Ptosis Repair)
เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับตำแหน่งของเปลือกตาบน โดยอาจใช้วิธีปรับความตึงหรือยึดกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่ทำหน้าที่ยกเปลือกตาให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับการทำงานของกล้ามเนื้อและระดับความรุนแรงของภาวะหนังตาตก
2. การผ่าตัดตัดหนังตาส่วนเกิน (Upper Blepharoplasty)
เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังตาส่วนเกินหรือผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนคล้อย โดยแพทย์จะพิจารณาตัดผิวหนังส่วนเกินออกตามความเหมาะสม เพื่อปรับลักษณะของเปลือกตาและชั้นตา
วิธีนี้เหมาะกับปัญหาหนังตาหย่อนคล้อย ไม่ใช่การรักษากล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงโดยตรง
3. การผ่าตัดยกคิ้ว (Brow Lift)
เป็นการผ่าตัดเพื่อปรับตำแหน่งคิ้วที่ตกลงมา ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนดูหย่อนคล้อยตามไปด้วย โดยแพทย์จะพิจารณาวิธีผ่าตัดตามตำแหน่งคิ้วและลักษณะใบหน้า
4. การรักษาตามสาเหตุของโรค
ในกรณีที่หนังตาตกเกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทหรือโรคทางกล้ามเนื้อ เช่น Myasthenia Gravis จำเป็นต้องตรวจหาสาเหตุและรักษาโรคที่เกี่ยวข้องก่อนหรือควบคู่กับการพิจารณาแก้ไขเปลือกตา

แก้หนังตาตกทำร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
ในบางกรณีการแก้ไขหนังตาตกสามารถทำร่วมกับหัตถการบริเวณดวงตาอื่นได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของปัญหา โครงสร้างเปลือกตา และการประเมินของแพทย์
ศัลยกรรมตาสองชั้นแบบกรีดยาว
เป็นการผ่าตัดที่เปิดแผลตามแนวชั้นตา เพื่อสร้างหรือปรับชั้นตาให้ชัดเจนขึ้น โดยสามารถพิจารณาจัดการหนังตาส่วนเกินหรือไขมันบริเวณเปลือกตาบนร่วมด้วยได้ตามความเหมาะสม ในผู้ที่มีภาวะกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรง อาจต้องวางแผนแก้ไขกล้ามเนื้อเพิ่มเติม ไม่ใช่การทำตาสองชั้นเพียงอย่างเดียว
การเปิดหัวตาหรือหางตา
เป็นหัตถการที่ช่วยปรับลักษณะบริเวณหัวตาหรือหางตาให้แตกต่างจากเดิม โดยแพทย์จะพิจารณาตามโครงสร้างดวงตาและความต้องการของแต่ละบุคคล สามารถประเมินการทำร่วมกับการผ่าตัดเปลือกตาได้ในบางกรณี
แก้หนังตาตกที่โรงพยาบาล Masterpiece Hospital
การแก้ไขหนังตาตกจำเป็นต้องพิจารณาสาเหตุและลักษณะของเปลือกตาแต่ละบุคคล เนื่องจากปัญหาหนังตาตก กล้ามเนื้อตาอ่อนแรง และหนังตาหย่อนคล้อยอาจมีลักษณะคล้ายกัน ที่ Masterpiece Hospital มีบริการด้านศัลยกรรมตา โดยสามารถเข้ารับการประเมินเพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขตามปัญหาของแต่ละบุคคล
การวางแผนรักษาจะพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น
- ระดับความสูงของเปลือกตาบน
- การทำงานของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา
- ปริมาณผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตา
- ตำแหน่งของคิ้วและโครงสร้างรอบดวงตา
- ประวัติการผ่าตัดหรือโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้อง
การตรวจประเมินก่อนทำหัตถการช่วยให้สามารถเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคล
การแก้ปัญหาหนังตาตกในผู้หญิงและผู้ชายต่างกันอย่างไร?
การแก้ไขหนังตาตกในผู้หญิงและผู้ชายมีหลักการประเมินทางการแพทย์ที่คล้ายกัน แต่การออกแบบตำแหน่งแผลและลักษณะดวงตาอาจแตกต่างกันตามโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล
การยกคิ้วสำหรับผู้หญิง
การยกคิ้วสำหรับผู้หญิงอาจพิจารณาในกรณีที่มีคิ้วตกหรือผิวหนังบริเวณเปลือกตาบนหย่อนคล้อย โดยตำแหน่งแผลและระดับการยกจะขึ้นอยู่กับเทคนิคที่เลือกใช้
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ตำแหน่งคิ้วและความสมดุลของใบหน้า
- ปริมาณผิวหนังส่วนเกินบริเวณเปลือกตา
- ลักษณะชั้นตาเดิมและความต้องการด้านความสวยงาม
- การวางตำแหน่งแผลให้เหมาะสมกับแนวคิ้ว
การยกคิ้วสำหรับผู้ชาย
การยกคิ้วสำหรับผู้ชายจะพิจารณาจากโครงสร้างใบหน้าและแนวคิ้วเดิม โดยมักคำนึงถึงลักษณะคิ้วที่ดูเป็นธรรมชาติและสอดคล้องกับรูปหน้า
สิ่งที่ควรพิจารณา ได้แก่
- ตำแหน่งคิ้วและแนวไรคิ้ว
- ความหย่อนคล้อยของผิวหนังบริเวณเปลือกตาบน
- ลักษณะชั้นตาเดิม
- ตำแหน่งแผลผ่าตัดที่เหมาะสมกับแนวคิ้ว
ทั้งนี้ การยกคิ้วไม่ใช่วิธีรักษาภาวะกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงโดยตรง หากมีปัญหาดังกล่าวร่วมด้วยควรได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ข้อควรปฏิบัติก่อนและหลังผ่าตัดแก้หนังตาตก
การเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนและสนับสนุนการฟื้นตัวของแผล
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
- เข้ารับการตรวจประเมินและแจ้งประวัติสุขภาพให้แพทย์ทราบ
- แจ้งรายการยา วิตามิน และอาหารเสริมที่กำลังรับประทาน
- แจ้งประวัติการแพ้ยาและโรคประจำตัว
- ปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับการรับประทานอาหารและน้ำก่อนผ่าตัด
- วางแผนการเดินทางกลับและการพักฟื้นหลังทำหัตถการ
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
- หลังการผ่าตัด 24 ชั่วโมงแรก คนไข้บางรายอาจมีอาการเลือดซึมเล็กน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละบุคคลค่ะ ให้ใช้ไม้พันสำลีเช็คเลือดออกอย่างเบามือนะคะ แล้วทาขี้ผึ้งบริเวณแผลตรงเปลือกตาค่ะ แนะนำว่าให้ทาเบาๆนะคะเพราะแผลยังใหม่อยู่
- ในช่วง 2 วันแรก ใช้เจลเย็นสำเร็จรูป (cool pack) วางบนผ้าสะอาดแล้วประคบบริเวณแผล 20 นาที และ พัก 20 นาที สลับกันไป การประคบเย็นควรประคบบริเวณหน้าผากและรอบดวงตา ไม่ควรประคบบริเวณแผลโดยตรงนะคะ เพื่อลดอาการบวมและการประคบเย็นยังช่วยห้ามเลือดอีกด้วยนะ
- เวลาทำแผลแนะนำว่าให้ใช้ไม้พันสำลีชุบน้ำเกลือเช็ดแผล เช็ดให้แห้งอย่างเบามือนะคะ อย่าให้มีคราบเลือดติดบริเวณแผลเด็ดขาด เพราะจะทำให้แผลหายช้าและสมานตัวยากค่ะ ที่สำคัญคนไข้ไม่ควรขยี้ตาในช่วงนี้นะคะ หากระหว่างวันมีอาการเคืองตาให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา เพื่อลดการระคายเคืองชั่วคราวได้ค่ะ
- หลังจากทำตา คนไข้ควรรับประทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งนะคะ ในส่วนของอาหารสามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติเลยค่ะ ไม่มีข้อห้ามในเรื่องของอาหารนะคะ
- คนไข้ต้องเลี่ยงการแต่งตา กรีดอายไลเนอร์ และงดใส่คอนแทคเลนส์ จนกว่าจะตัดไหมเลยนะคะ ซึ่งโดยปกติใช้เวลา 7 วัน ก็สามารถตัดไหมได้แล้วค่ะ
ผลข้างเคียงและความเสี่ยงที่ควรรู้หลังผ่าตัดแก้หนังตาตก
แม้การผ่าตัดแก้ไขหนังตาตกจะมีจุดประสงค์เพื่อปรับตำแหน่งเปลือกตา แต่เช่นเดียวกับการผ่าตัดทั่วไป อาจมีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้นได้ เช่น
- อาการบวมและรอยช้ำบริเวณเปลือกตา
- อาการตาแห้งหรือระคายเคืองตา
- การหลับตาไม่สนิทชั่วคราว
- ระดับเปลือกตาทั้งสองข้างไม่เท่ากัน
- แผลเป็นบริเวณผ่าตัด
- การแก้ไขมากหรือน้อยเกินไป
- การติดเชื้อหรือเลือดออก ซึ่งพบได้น้อยแต่ควรระวัง
ระดับความเสี่ยงแตกต่างกันตามเทคนิคการผ่าตัด สุขภาพดวงตา และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นก่อนตัดสินใจรักษา
สรุปเรื่องหนังตาตก
หนังตาตกเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เส้นประสาท และการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างผิวหนังบริเวณรอบดวงตา การแก้ไขจึงควรเริ่มจากการตรวจประเมินเพื่อแยกประเภทของปัญหาให้ชัดเจนก่อนเลือกแนวทางรักษา
สำหรับผู้ที่มีปัญหาหนังตาตก หนังตาหย่อนคล้อย หรือสงสัยว่ามีกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง สามารถเข้ารับการประเมินที่ Masterpiece Hospital เพื่อพิจารณาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมกับลักษณะดวงตาและความต้องการของแต่ละบุคคล
FAQ
หนังตาตกอาจเกิดจากกล้ามเนื้อยกเปลือกตาทำงานผิดปกติ เส้นเอ็นที่ช่วยยกเปลือกตายืดหรือหย่อนตัว ความผิดปกติของระบบประสาท อุบัติเหตุ หรือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างเปลือกตาตามอายุ
หนังตาตกข้างเดียวอาจเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อยกเปลือกตา เส้นประสาท การบาดเจ็บ หรือปัญหาโครงสร้างบริเวณเปลือกตา ควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุ โดยเฉพาะกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
สามารถแก้ไขได้ในหลายกรณี โดยวิธีรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น การผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อยกเปลือกตา การตัดหนังตาส่วนเกิน หรือการยกคิ้ว ทั้งนี้ต้องได้รับการประเมินก่อนเลือกวิธีรักษา
ไม่เหมือนกันทั้งหมด หนังตาตกเป็นลักษณะของเปลือกตาที่อยู่ต่ำกว่าปกติ ส่วนกล้ามเนื้อตาอ่อนแรงเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดหนังตาตกได้
ไม่จำเป็นเสมอไป หากเกิดจากผิวหนังเปลือกตาส่วนเกินเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดตัดหนังตาส่วนเกิน แต่หากมีกล้ามเนื้อยกเปลือกตาอ่อนแรงร่วมด้วย อาจต้องวางแผนแก้ไขเพิ่มเติม
ในบางกรณีสามารถทำร่วมกันได้ ขึ้นอยู่กับสาเหตุของหนังตาตกและโครงสร้างเปลือกตา แพทย์จะประเมินว่าควรแก้ไขกล้ามเนื้อยกเปลือกตาหรือจัดการหนังตาส่วนเกินร่วมด้วยหรือไม่
ระยะเวลาพักฟื้นแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับเทคนิคการผ่าตัดและการตอบสนองของร่างกาย อาการบวมและรอยช้ำอาจค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลาการฟื้นตัว ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางราย เนื่องจากผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสาเหตุเดิม การทำงานของกล้ามเนื้อ อายุ และการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อในอนาคต จึงไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ถาวรได้
ควรได้รับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ เนื่องจากหนังตาที่ตกลงมาบดบังการมองเห็นอาจส่งผลต่อพัฒนาการด้านการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ
หากหนังตาตกเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน หรือมีอาการร่วม เช่น ปวดศีรษะรุนแรง เห็นภาพซ้อน รูม่านตาไม่เท่ากัน หรือกลอกตาผิดปกติ ควรเข้ารับการตรวจโดยเร็ว เพื่อประเมินความผิดปกติของระบบประสาทและดวงตา
